คุณอยู่ที่นี่
หน้าแรก > ข่าวประจำวัน > สรุปคดีหวยอลวน 30 ล้าน

สรุปคดีหวยอลวน 30 ล้าน

 

จากกรณีหวยอลวนที่เกิดขึ้นที่จังหวัดกาญจนบุรี โดยเริ่มต้นจาก ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจได้ถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 เมื่องวดประจำวันที่ 1 พ.ย.2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ เป็นจำนวนเงิน 30 ล้านบาท และได้นำสลากดังกล่าวไปขึ้นรางวัลรับเงินเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2560 ได้มีนายปรีชา ใคร่ครวญ ข้าราชการครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนเทพมงคลรังษี จังหวัดกาญจนบุรี เข้าแจ้งความว่าได้ทำสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ถูกรางวัลที่ 1 เมื่องวดวันที่ 1 พ.ย. 2560 จำนวน 1 ชุด 5 ใบ จำนวนเงิน 30 ล้านบาทหายไปโดยกล่าวอ้างว่า ร.ต.ท.จรูญ เป็นผู้นำไปขึ้นรางวัลจนเกิดการแจ้งความดำเนินคดีและอายัดเงินรางวัลที่ต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าเป็นของตน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีนายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือทางฝั่งของ ร.ต.ท.จรูญ และได้ลงพื้นที่จริงเพื่อตรวจสอบหาหลักฐานข้อมูลตามที่ทางฝั่งของครูปรีชาได้กล่าวอ้างว่าได้มีการซื้อลอตเตอรี่ดังกล่าวจากนางรัตนาพร แม่ค้าลอตเตอรี่ที่ตลาดนัดเรดซิตี้ และได้รับข้อมูลยืนยันจากแม่ค้าว่าได้ขายให้ทางด้านครูปรีชาจริง โดยให้ข้อมูลว่าสามารถจดจำเลขสลากดังกล่าวได้ และมีพยานยืนยันในวันที่ส่งมอบลอตเตอรี่ให้ทางฝั่งครู ส่วนทางด้าน ร.ต.ท.จรูญ ก็ได้ให้การว่าหลังจากเกิดเรื่องได้มีทางฝั่งตรงข้ามเข้ามาขอเจรจาเพื่อยุติเหตุการณ์ดังกล่าวให้จบลงด้วยดี โดยการแบ่งเงินรางวัลให้ 15 ล้าน แต่ทางตนไม่ยอมเนื่องจากมั่นใจว่าตนได้เป็นผู้ซื้อลอตเตอรี่และถูกรางวัลจริงจึงต้องการหาหลักฐานและพิสูจน์ความจริงต่อไป

ล่าสุดทางฝั่ง ร.ต.ท.จรูญ พร้อมทนายความได้เข้ามาร้องเรียนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยคดีนี้ทาง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้มีคำสั่งให้ดำเนินคดีและตรวจสอบหาข้อเท็จจริงอย่างเป็นธรรมที่สุด โดยทางฝั่ง ร.ต.ท.จรูญ ต้องการให้ทางส่วนสอบสวนกลางเป็นผู้ทำคดีนี้ให้ เนื่องจากเกิดความไม่ไว้ใจในด้านของ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล ผบก.จว.กาญจนบุรีและตั้งข้อสงสัยว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่โปร่งใสในการทำคดี เนื่องจากในตอนแรกมีการตั้งข้อสงสัยว่าจะมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดกาญจนบุรีเข้ามาเกี่ยวข้องกับทางฝั่งของครูปรีชา จึงต้องการเปลี่ยนผู้ตรวจสอบเพื่อให้คดีนี้ได้รับความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย เบื้องต้น ณ ตอนนี้จะมีการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อหามูลที่แท้จริง รวมถึงจะให้ทั้ง 2 ฝ่ายเข้ารับการสอบสวนโดยผ่านเครื่องจับเท็จและมีการเรียกสอบพยานทั้ง 2 ฝั่งที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพราะหากมีการแอบอ้างจากทางฝั่งของครูปรีชาจริงทางเจ้าหน้าที่ก็ได้สันนิษฐานว่าจากเหตุการณ์นี้น่าจะมีการทำเป็นขบวนการเกิดขึ้น แต่อย่างไรก็ตามยังคงต้องรอหลักฐานและผลพิสูจน์จากทางเจ้าหน้าที่เพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการตรวจพิสูจน์จนกว่าจะได้ข้อสรุปอย่างแท้จริง

ขอบคุณภาพจาก : https://www.thairath.co.th/content/1151228

 

 

ข่าวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ

บน